ช่วงที่ผ่านมามีน้องๆ หลานๆ มาถามว่า "หนูควรจะเรียนอะไรดี" หรือ "หนูควรทำงานอะไรถึงจะรุ่ง" กันบ่อยๆ

ทุกครั้งที่ได้ยินคำถามนี้ก็จำเป็นต้องถามกลับว่า "แล้วหนูชอบอะไรหรืออยากจะเป็นอะไรล่ะคะ" 

คำถามนี้แต่ละคนคงจะมีคำตอบอยู่ในใจ แต่คำตอบนี้เปลี่ยนแปลงได้ตามอายุและประสบการณ์ชีวิตที่เพิ่มขึ้น หลายคนสอบเข้าเรียนในสาขาที่อยากเรียนได้ แต่เรียนๆ ไปพบว่าไม่ชอบ หรือเรียนจบทำงานแล้วรู้สึกไม่อยากจะทำต่อ แต่ไม่รู้จะไปทำอะไรเพราะเรียนมาด้านนี้

สมัยดิฉันเรียนม.ปลายนั้นบอกตรงๆ ว่าไม่รู้หรอกว่าตัวเองสนใจอะไร

ดิฉันเรียนสายวิทย์แต่คะแนนฟิสิกส์กับเลขแย่มาก ที่ได้ 4 ตลอดคือภาษาอังกฤษแต่ไม่รู้สึกว่าชอบเป็นพิเศษ เวลาเรียนก็ไม่แฮปปี้ อยากให้หมดชั่วโมงไวๆ

ก่อนสอบเข้ามหาวิทยาลัยเผอิญรู้จักคนที่เขาเรียนนิเทศ คิดเองว่าเรียนนิเทศก็ดีนะ แต่ตอนเลือกคณะนั้นเล่นมากไปหน่อย (สมัยนั้นสอบเอนทรานซ์อย่างเดียว สนามเดียวทั่วประเทศและเลือกได้ 6 อันดับ) คิดว่าเราสอบเทียบมาและเปลี่ยนมาสอบสายศิลป์ หนังสือก็ไม่อ่าน ยังไงก็สอบไม่ติดหรอก ก็เลยเลือกอักษรศาสตร์ซึ่งคะแนนสูงเป็นอันดับ 1 ในสมัยนั้น (ประชดชีวิตชัดๆ) แล้วก็บังเอิญสอบติด

ตอนเรียนอักษรเป็นสี่ปีที่ทุกข์ทรมานเพราะเรียนหนักและ้ต้องแข่งกับเพื่อนร่วมรุ่นซึ่งตั้งใจเรียนกันมาก ดิฉันทำได้ดีในวิชาทักษะโดยเฉพาะวิชาแปล แต่วิชาวรรณคดี ไวยากรณ์อะไรพวกนี้ไม่ได้เรื่องเลย แม้ว่าปีหลังๆ จะเกรดสวยแต่ก็ไม่มีความสุข เรียนจบแล้วถึงได้สำนึกในบุญคุณของคณะและขวนขวายหาความรู้เพิ่มเติมเอาข้างนอก เนื่องจากไม่อยากให้ใครมาว่า "เรียนจบอักษรทำไมถึงไม่รู้"

หลังจบปริญญาตรีดิฉันได้ทุนไปต่อโทด้านวารสารศาสตร์และกลับมาทำงานด้านสื่ออยู่หลายปี สาเหตุหลักที่ตัดสินใจลาออกคืองานข่าวนั้นไม่ถูกกับนิสัยอย่างแรง ดิฉันเป็นคนไม่ชอบยุ่งกับใครและขี้เกรงใจคนด้วย แม้จะชอบค้นคว้าหาข้อมูลแต่ไม่สบายใจเวลาต้องรบกวนความเป็นส่วนตัวของคนอื่น เลยเลิกดีกว่า

ทุกวันนี้ทำงานแปลเป็นหลัก งานรองคือเขียนเอกสารประชาสัมพันธ์ เว็บไซต์ ฯลฯ ทั้งภาษาไทยและอังกฤษแล้วก็เป็นล่ามบ้าง นอกจากนี้ก็มีงานบรรณาธิการ (ตรวจแก้งานของคนอื่น) สรุปว่าได้ใช้ความรู้ที่เรียนมาครบทั้งอักษรศาสตร์และวารสารศาสตร์ แต่้ถ้าถามว่าชอบไหม ที่จริงก็ไม่ได้ชอบเป็นพิเศษ แต่เป็นวิชาหาเลี้ยงชีพและบังเอิญถนัดด้วย

ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ดิฉันจะเลือกเรียนครุศาสตร์ปฐมวัยเพราะว่ารักเด็ก ชอบอยู่กับเด็กเล็กๆ วัย 0-3 ขวบ ได้เห็นพัฒนาการของเขาแล้วเกิดคำถามใหม่อยู่เรื่อยๆ คิดว่าถ้าเป็นครูอนุบาลหรือนักวิจัยพัฒนาการเด็กคงตื่นไปทำงานอย่างกระตือรือร้นทุกเช้า เสียดายที่มาค้นพบความชอบนี้เมื่อเรียนจบทำงานแล้ว เมื่ออายุมากขึ้นต้องมุ่งหาเลี้ยงชีพ โอกาสที่จะกลับไปเรียนก็ไม่มี ครั้นจะไปเริ่มใหม่เมื่ออายุ 40 ก็บอกตรงๆ ว่าไม่ไหว เพราะมีภาระต้องผ่อนบ้านและหาเงินไว้ใช้ตอนแก่ ไม่กล้าหาญพอที่จะเริ่มต้นใหม่ค่ะ

ย้อนมาที่คำถามยอดฮิต "เรียนอะไรดี" ขอแนะนำใหู้ผู้ที่เกิดคำถามนี้ช่วยถามตัวเอง 3 ข้อ

1. เราชอบอะไร 

2. เราถนัดอะไร - หมายถึงอะไรที่เราทำได้ดีโดยไม่้ต้องพยายามมาก

3. เรามีความฝันหรือตั้งความหวังสำหรับอนาคตไว้อย่างไร

ความชอบกับความถนัดไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งเดียวกัน แต่เราชอบอะไร เราก็จะมีกำลังใจทำสิ่งนั้นให้ดี ถ้าชอบและถนัดในสิ่งเดียวกันก็ยิ่งดี แค่เพิ่มความตั้งใจเข้าไปอีกอย่าง รับรองว่ารุ่งแน่นอน

ข้อ 3 ก็สำคัญ ความฝันและความหวังในที่นี้ไม่ได้หมายถึงแค่อยากเป็นอะไร แต่หมายถึงสิ่งที่คุณจินตนาการไว้สำหรับอนาคต บางคนอาจจะอยากเที่ยวรอบโลก บางคนอยากจะเป็นเศรษฐีร้อยล้านพันล้าน บางคนอยากจะมีชื่อเสียง ฯลฯ เมื่อคุณค้นพบว่าความฝันของตัวเองคืออะไร ก้าวต่อไปคือหาวิธีไปให้ถึงสิ่งที่ฝันไว้ ถ้าคุณอยากเที่ยวก็อาจจะไปสมัครเป็นแอร์เป็นสจ๊วตหรือเป็นมัคคุเทศก์ Outbound, ถ้าคุณอยากรวยคุณก็เลือกอาชีพที่รายได้ดี เ่ช่น ค้าหุ้น ขายประกัน ขายตรง ซึ่งรายได้ไม่จำกัดแต่คุณต้องขายเก่ง เป็นต้น

ถ้าคุณเลือกทำสิ่งที่ชอบแต่อาชีพนั้นทำเงินได้น้อยกว่าที่คุณอยากได้หรือจำเป็นต้องใช้ คุณมีทางเลือกคือ 1. ทำใจรับสภาพและวางแผนการใช้จ่ายให้ดี 2. หาทางสร้างรายได้เสริมเพื่อจะได้ทำสิ่งที่รักและมีชีวิตที่สุขสบายไปพร้อมกัน

เรื่องนี้สำคัญนะคะ บางคนคิดว่าขอแค่ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรัก ถึงจะจนก็ช่างมัน แต่เมื่อโตขึ้น มีครอบครัว มีภาระ อุดมคติกับความเป็นจริงสวนทางกันก็อาจจะทำให้เกิดความทุกข์ได้ ดังนั้นควรหาข้อมูลให้ครบว่าสาขาวิชาหรืออาชีพที่คุณสนใจนั้นสอดคล้องกับเป้าหมายในชีวิตของคุณหรือเปล่า

ดิฉันเองบอกตรงๆ ว่าไม่เคยฝันอะไรเป็นเรื่องเป็นราวและไม่ค่อยมีความทะเยอทะยานในชีวิต ข้อดีคือไม่ค่อยทุกข์ร้อน อยู่ไปเรื่อยๆ สบายๆ แต่ข้อเสียคือไม่มีแรงผลักดันให้ก้าวไปข้างหน้า เคยมีคนพูดให้ได้ยินว่า "เสียดาย น่าจะไปไกลกว่านี้" แต่ตัวเองทบทวนดูแล้วไม่ได้รู้สึกอยากจะ "ไปไกล" ตามนิยามของคนอื่น สิ่งเดียวที่เสียดายคือไม่ได้ทำในสิ่งที่อยากจะทำจริงๆ ด้วยเหตุผลที่กล่าวมาข้างต้น แต่ตอนนี้คิดว่ายังมีโอกาสทำงานเกี่ยวกับเด็ก โดยนำความถนัดมารวมกับความสนใจ ที่คิดไว้คือแปลหนังสือสำหรับเด็ก คู่มือพัฒนาการเด็ก อะไรทำนองนั้น อีกหน่อยถ้าได้กลับไปฟื้นวิชาเขียนบทสมความตั้งใจก็อาจจะทำหนังสำหรับเด็กหรือวิดีโอสำหรับคุณพ่อคุณแม่สักเรื่องสองเรื่อง 

สำหรับท่านที่พ้นวัยเรียนมาแล้วแต่มีความใฝ่ฝันที่ยังไม่ได้ทำให้สำเร็จ หรือทำงานแล้วไม่มีความสุขกับงาน ขอบอกว่ายังเริ่มต้นใหม่ได้ สมัยนี้คนเราไม่ได้เรียนกันแค่ปริญญาตรีแล้ว โอกาสทางการศึกษาเปิดกว้าง สามารถเรียนต่อข้ามสาขาหรือเรียนคอร์สสั้นๆ เพื่อพัฒนาตัวเอง ตลอดจนเรียนรู้เองด้วยการอ่านหนังสือได้

เอนทรี่นี้เป็นเอนทรี่สุดท้ายสำหรับบล็อก Thirtysomething.Exteen.Com เพราะว่าคนเขียนเลยวัยเลข 3 แล้ว แต่ไม่ไปไหนหรอกค่ะ ยังวนเวียนอยู่ในบ้านเอ็กซ์ทีนนี่แหละ

ยินดีที่ได้รู้จักเพื่อนๆ น้องๆ หลานๆ ทุกคนและขอบคุณที่แวะเข้ามาเยือนที่นี่ หากท่านใดมีคำถามที่ดิฉันพอจะตอบได้ก็จะไปหาคำตอบมาให้

เดี๋ยวเปิดบล็อกในชื่อใหม่แล้วจะเอาลิงค์มาแปะค่ะ

RogerWilco@Thirtysomething.Exteen.Com

 

 

Comment

Comment:

Tweet

สู้ๆมุ่งสู่ฝันครับ อยากเป็นสิ่งไหนก็ขอให้ตั้งใจทำให้ถึงที่สุดอย่าหยุดฝัน ฟันฝ่าเดินหน้าต่อไป ที่สำคัญสำหรับคนที่อยากเป็นแอร์ หรือ สจ๊วต อย่างหนึ่งคือคะแนน TOEIC นะครับ อย่าลืมไปสอบกันหล่ะ http://www.youtube.com/watch?v=prvkSb7JdaQ ส่วนด้านหน้านี้เป็นคลิปดีๆแนะนำการสอบ TOEIC open-mounthed smile

#8 By แอร์โฮสเตส แอนด์ TOEIC (10.209.8.21, 202.12.97.125) on 2011-12-16 10:03

จะคอยบล็อกใหม่นะคะ
เราเองเลยเลข 3 มาหลายปีแล้ว
แต่ก็ยังลองอะไรใหม่ๆเสมอsurprised smile

#7 By เรยา ก๋ากั่น on 2010-07-29 21:48

ตอนนี้หนูเรียนรู้ที่อยู่กับสิ่งที่มีไม่ใช่สิ่งที่ฝัน และหนูก็ไม่เสียใจเลยกับสิ่งที่เราเลือกแล้ว ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ เสมอนะคะbig smile


กลับมาเร็ว ๆ นะคะพี่สาวconfused smile

#6 By ~นิ้วก้อย~ on 2010-07-10 21:28

Hot! Hot!

เป็นเอนทรี่ที่ดีมากเลยค่ะ แล้วก็เป็นความรู้กับคนที่ยังไม่รู้ว่าจะตัดสินใจยังไงกับชีวิตตัวเอง

ยังติดตามบล็อคพี่นะค่ะ อย่าลืมเอา link มาแปะไว้นะค่ะพี่big smile big smile

#5 By Flyaway by Minee on 2010-07-07 17:46

ขอบคุณค่ะ แล้วจะรอติตดามชมบล็อกใหม่นะคะ

#4 By POR on 2010-07-07 10:47


ผมเพิ่งจะเข้าเลข 3 ไม่รู้ สายไปหรือเปล่า
ถ้าอยากจะเริ่มอะไรใหม่ๆ

#3 By riddler on 2010-07-07 10:46

อ่านเอนทรีนี้จองพี่โรเจอร์แล้วมีความสุขจังเลยค่ะ ฟูจังเองก็ยังไม่รู้ด้วยว่ความฝันที่ชัดเจนคืออะไร แต่ที่รู้แน่ๆ คืออยากจะแปลหนังสือสำหรับเด็ก แต่ก็ยังไม่มีโอกาสเสียที ฟูจังเองก็ชอบที่จะอยู่กับเด็กค่ะ confused smile

ดีใจที่ได้ติดตามอ่านบลอคของพี่โรเจอร์มานาน (อ่านแทบทุกเอนทรี) อย่างไรถ้าสมัครบลอคใหม่แล้ว ต้องมาแจ้งโดยพลันนะคะ ฟูจังจะรีบแอดเลยค่ะ (ของฟูจังนี่ก็บลอคใหม่นะคะ ^^)

#2 By ฟูจัง on 2010-07-07 10:12

Hot!
ถ้ามีโอกาสได้อ่านเอนทรีที่พี่เขียนไว้ก่อนหน้านี้สัก 5-10 ปีก็ดีสิ
เพราะตอนเรียนไม่รู้ว่าชอบอะไร เรียนจบมาก็งงๆว่าทำอะไรดีเหมือนกัน
ปีนี้ขึ้นเลข3แล้ว มีภาระใหญ่ จะเปลี่ยนตัวเองเปลี่ยนงานต้องคิดหนักมากๆ ไม่กล้าจะเปลี่ยนแล้ว
ยังตามอ่านบลอคพี่ต่อไปคะ big smile

#1 By bakabo ลั๊ลล๊า~ on 2010-07-07 09:01