ปีนี้เพิ่งผ่านไปเพียงสามเดือนแต่ได้รับทราบข่าวที่สะเทือนใจมากถึงสองครั้ง

ข่าวหนึ่งเกิดในเมืองไทย อีกข่าวเกิดในสหรัฐ แต่ที่เหมือนกันคือเป็นเรื่องของเด็กที่ถูกเพื่อนแกล้งจนฆ่าตัวตาย

เปิดศักราชใหม่มาได้ไม่กี่วันอ่านเจอข่าวสาวน้อยชื่อฟีบี้ พรินซ์ วัย 15 ปีผูกคอตายหลังจากถูกเพื่อนรุ่นพี่ในโรงเรียนรุมแกล้งมาหลายเดือน

ฟีบี้ย้ายจากไอร์แลนด์ไปอยู่สหรัฐอเมริกาเมื่อฤดูร้อนปีที่แล้ว เปิดเรียนปุ๊บเธอซึ่งเป็นน้องใหม่ปี 1 (ประมาณม. 3 ของเรา) หน้าตาสะสวยก็มีแฟนเป็นพี่ปีสุดท้าย รูปหล่อ เป็นนักกีฬาด้วย ทำให้ถูกเขม่นอย่างแรง

ต่อมาแม้เธอเลิกกับแฟนแล้วก็ยังถูกแกล้ง ถูกรุมด่า ถูกขู่จะทำร้ายร่างกายเป็นประจำ แถมยังตามไปจิกกัดทาง Facebook และมือถือ

วันที่เธอเสียชีวิตนั้นระหว่างเดินกลับจากโรงเรียนเธอถูกรุ่นพี่ก๊วน "Mean Girls" ก๊วนเดิมขับรถตามด่า แล้วก็เอากระป๋องน้ำอัดลมขว้างใส่

พอกลับถึงบ้านเธอเดินเข้าห้องเปิดประตูเงียบแล้วผูกคอตายในตู้เสื้อผ้า

เรื่องยังไม่จบแค่นั้น หลังเธอตายแล้วรุ่นพี่ที่เคยแกล้งยังเข้าไปคอมเมนต์เยาะเย้ยในหน้า Facebook ของเธอ และเมื่อนักข่าวทีวีไปทำข่าวที่โรงเรียน มีเด็กรุ่นเดียวกับฟีบี้ให้สัมภาษณ์ว่าเรื่องอันธพาลในโรงเรียนนี้มีประจำ โดยเฉพาะแก๊งค์เ็ด็กแสบซึ่งเป็นสาวสวย ป๊อปปูล่าร์ เล่นกีฬา ทำกิจกรรม พวกนี้ถือว่าตัวเองใหญ่ จะคอยระรานคนอื่น

พอนักข่าวกลับไป เด็กที่ให้สัมภาษณ์ถูกกลุ่ม "เจ้าแม่" ตามไปตบสั่งสอนในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า โดยที่ทางโรงเรียนไม่ได้ลงโทษอะไร

ผ่านไปสองเดือนเศษ อัยการเขตรัฐแมสซาชูเซตต์เิ่พิ่งฟ้องเด็กรุ่นพี่จอมแสบ 9 คนข้อหากระทำการขู่เข็ญทำร้ายจิตใจจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ในจำนวนผู้ต้องหาทั้ง 9 คนนี้มีนักเรียนชาย 2 คนซึ่งถูกข้อหา "พรากผู้เยาว์" หรือ statutory rape (การมีเซ็กซ์กับผู้เยาว์จะโดยยินยอมหรือไม่ยินยอมถือว่าผิดทั้งนั้น คนที่โดนตั้งข้อหานี้ไม่ทราบว่าเป็นแฟนเก่าของฟีบี้หรือนักเรียนชายคนอื่น จึงไม่อาจทราบได้ว่าข่มขืนจริงหรือแค่มีเซ็กซ์กัน)

 

คดีฟีบี้นี้เป็นเรื่องเศร้าสลด อ่านแล้วจิตใจหดหู่มาก แต่ที่ยิ่งสลดใจกว่านั้นคือคดีคล้ายกันในเมืองไทยเรานี้เอง

ไม่ทราบว่ามีใครได้ยินข่าวนี้กันบ้าง เืรื่องเกิดเมื่อสักสองเดือนที่แล้ว ถ้าจำไม่ผิดเกิดที่จังหวัดนครศรีธรรมราช

เด็กนักเรียนป. 6 อายุ 12 ยิงตัวตายเพราะถูกเพื่อนแกล้ง

เด็กหญิงคนนี้เป็นเด็กกำพร้า พ่อแม่ไม่มี อาศัยอยู่กับญาติ ฐานะยากจนแต่เรียนเก่งมาก

แทนที่จะเป็นตัวอย่างให้คนอื่น กลับเป็นที่เขม่นของ "ขาใหญ่" ในโรงเรียน ซึ่งเป็นนักเรียนหญิงเหมือนกัน

ผู้ตายถูกแกล้งเป็นประจำโทษฐาน "จนแล้วไม่เจียม บังอาจทำตัวเด่นข้ามหน้าข้ามตา" 

เธอบ่นอยากตาย ญาติๆ ก็ได้แต่ปลอบ ขอให้ตั้งใจเรียนหนังสือ จะได้มีอนาคตที่ดี

ก่อนหน้าที่จะฆ่าตัวตายเธอถูกรุมทำร้ายอีกโดยเด็กกลุ่มเดิมซึ่งอยู่หมู่บ้านเดียวกัน พอกลับถึงบ้านก็เลยขโมยปืนของญาติมายิงตัวตาย

 

เรื่องเด็กแกล้งกันเป็นเรื่องธรรมดา มีทุกโรงเรียน ทุกยุคทุกสมัย

ตอนดิฉันเรียนประถมก็มีเพื่อนร่วมชั้นนิสัยอันธพาล ชอบรังแกคนอื่นโดยเฉพาะคนที่สู้ไม่ได้

ดิฉันเคยถูกรังควานอยู่ 2 ครั้ง ครั้งแรกเป็นเด็กโค่ง สอบตกซ้ำชั้นซ้ำชั้นอีก อายุ 13-14 แล้วยังอยู่ป. 4 

เด็กโค่งคนนี้แกล้งคนทั้งห้อง ถ้าเป็นผู้ชายก็จะโดนทำร้ายร่างกายเล็กๆ น้อยๆ ไม่พอเอาไปฟ้องครู

ส่วนดิัฉันถูกระรานด้วยคำพูด เอารองเท้าไปซ่อนบ้าง อะไรบ้าง แต่ก็ทนๆ เอา พอหมดปีการศึกษานายโค่งก็ออกจากโรงเรียนไป

ย้อนนึกไปแล้วเขาเป็นเด็กมีปัญหามากๆ นอกจากสอบตกซ้ำซากแล้วยังเป็นโรคผิวหนัง หัวโกร๋นไม่มีผม (แต่หลายปีต่อมาเห็นเดินอยู่ข้างถนนก็มีผมขึ้นเต็มหัวดีนะคะ) คงเพราะอย่่างนี้จึงมีพฤติกรรมอันธพาล

อีกครั้งที่เจอเป็นอันธพาลหญิง หน้าตาก็ติ๋มๆ แต่ชอบตั้งตัวเป็นขาใหญ่ ไม่ชอบใครก็ห้ามคนอื่นพูดด้วย ข้อนี้ไม่กระทบดิฉันล่ะ เพราะดิฉันไม่ค่อยสนใจใคร แต่วันดีคืนดีเธอก็จะมากระแนะกระแหน พูดกระทบกระเทียบลอยลมมาบ้าง

ดิฉันเ็ป็นเด็กเรียนเก่ง ทำกิจกรรมให้โรงเรียนโดยตลอด เธออาจจะเขม่นตรงนี้ แต่ที่ไม่กล้าทำอะไรดิฉันเหมือนที่ทำกับคนอื่นก็คงเพราะกลัวเราฟ้องครูหรือ ฟ้องทางบ้าน

แต่ดิฉันก็ไม่เคยเล่าให้ที่บ้านฟังว่ามีปัญหาอะไร แม้จะไม่ชอบใจแต่ก็เก็บเอาไว้  ยิ่งฟ้องครูด้วยแล้วยิ่งไม่มีทาง คิดตามประสาเด็กว่าไม่อยากเป็นคนช่างฟ้อง ไม่ต้องการให้ครูมารับรู้ปัญหาของเรา ไม่ชอบเป็นจุดเด่น

พอมาเจอข่าวฟีบี้และเด็กหญิงที่นครศรีธรรมราชแล้วนึกถึงตัวเองในวัยนั้น

ถ้าหากเราเป็นเด็กใหม่ ไม่มีเพื่อน หรือเป็นเด็กกำพร้า ไม่มีที่พึ่งทางใจอยู่แล้ว มาเจอแบบนั้น เราจะรับไหวไหม จะกล้าบอกใครไหม

โลกทั้งโลกคงจะมืดมน คิดหาทางออกไม่เจอ

กรณีของหนูน้อยชาวนครฯ นั้นแม้ญาติจะรู้แต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้ ไม่ทราบว่าเคยบอกทางโรงเรียนหรือไม่ อาจจะบอกแล้วแต่ไม่มีอะไรดีขึ้น

กรณีเช่นนี้เชื่อว่ามีอยู่อีกเยอะ ทั่วเมืองไทย แต่ผู้ปกครองหรือครูของเด็กที่ถูกแกล้งอาจจะไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น

กว่าจะรู้ก็สายไปแล้ว อย่างที่เห็นกันบ่อยๆ

 

ดิฉันอยากจะขอร้องทุกๆ คน น้องๆ หลานๆ ที่พบเห็นเพื่อนถูกแกล้ง 

ตลอดจนพ่อแม่ผู้ปกครองหรือผู้ใหญ่ที่ได้รับทราบเรื่องของเด็ก แม้จะไม่ใช่ลูกหลานเราก็ขอให้ช่วยเหลือเขาเพื่อมนุษยธรรม

ทักทายเขาบ้าง ซักถามว่าเป็นอย่างไร มีอะไรพอจะช่วยได้

แม้จะช่วยไม่ได้แต่ถ้ามีมิตรภาพให้เขา ทำให้เขารู้ว่าเขาไม่ได้อยู่โลกนี้เพียงคนเดียว ไร้คนไยดี

คุณอาจจะช่วยชีวิตคนๆ หนึ่งให้พ้นจากห้วงเหวได้

ช่วยมองไปรอบๆ ว่ามีใครรอรอยยิ้มและคำทักทายที่บอกว่า "ใครสักคนยังแคร์" จากคุณหรือเปล่า

ช่วยกันเป็นหูเป็นตา แ่บ่งปันน้ำใจ

 

แล้ว "โลกมนุษย์ย่อมจะดีกว่านี้แน่" ค่ะ

 

 

 

Comment

Comment:

Tweet

ปีโป้ก็โดนเพื่อนสนิทแกล้งประจำเลย (ตั้งแต่ ม.ต้น ยัน มหาลัย)
สมัยมัธยมโดนแกล้งแล้วไม่ตอบโต้ เลยโดนอยู่เรื่อยๆ
พอมหาลัยก็โดนแกล้งอีกค่ะ
แรกๆ ก็ไม่คิดอะไรมากหรอก
แต่หลังมานี่เริ่ม ลามปาม เล่นหัวแล้วค่ะ
ก็ทำนิ่งๆ ให้รู้ซะบ้างว่าไม่เล่นด้วย
แต่เขาก็ยังแกล้งนะคะ แต่ไม่เล่นหัวแล้ว
บางครั้งก็ว่าเค้าไปบ้างนะคะ แต่ก็ยังแกล้งอยู่เรื่อยๆ
บางครั้งก็รำคาญจนไม่อยากจะเถียงแล้วค่ะ
เหนื่อยๆ กะตอนนี้มาก เหมือนประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยเดิม
..................



#12 By ปีโป้ (115.87.185.7) on 2010-12-02 22:23

Hot!ขอบคุณสำหรับเรื่องดีๆ ค่ะ
ถึงแม้จะมาเม้นท์ช้าไปหลายเดือน
แต่ปัญหาแบบนี้เป็นปัญหาสำคัญที่พ่อแม่ หรือ
อาจารย์ ก็ไม่ควรละเลย...

#11 By venusnight on 2010-09-30 18:10

ผมก็เป็นคนหนึ่งที่โดนเพื่อนแกล้งประจำสมัย มัธยม เพราะตัวเล็กและก็ผอม แต่ก็สมัยเด็กๆดีว่าเป็นเด็กร่าเริงเลยไม่คอยคิดอะไร จนผ่านมาได้ แต่ตอนนี้ใครไม่กล้าแกล้งแล้วล่ะ มีแต่คนนับถือไปซ่ะงั้น เพราะผมจะเป็นที่ปรึกษาให้กับทุกคนในทุกเรื่องที่คนในหมู่บ้านผมเขามีปัญหา และตัวก็โตกว่าเพื่อบางคนแล้ว

#10 By อย่าหวั่นกับคำนินทา (117.47.206.51) on 2010-09-07 17:05

รู้แล้วสลดเลยค่ะ

สมัยประถมเราค่อนข้างเฮี้ยวเอาเรื่อง โดนแกล้งก็สู้กลับ
ต่อยกับเด็กผู้ชายจนร้องไห้ทั้งสองฝ่ายประจำเลยค่ะ sad smile

เคยเห็นการกลั่นแกล้งคนที่อ่อนแอกว่า
แล้วก็การใช้จำนวนมาข่ม เห็นแล้วอนาถจริงๆ
ตอนนี้ถ้าเราเห็น ก็จะพยายามช่วยเท่าที่จะทำได้ค่ะ
ทนดูไม่ไหวจริงๆ

#9 By POCHIRI —★’ on 2010-04-07 19:38

หมูเล็กที่บ้านเคยโดนแกล้งที่โรงเรียนตอนย้ายเข้าใหม่ๆ
กลับมาฟ้องประจำ เลยสอนว่าต้องสู้นะ
เพราะถ้าไม่สู้เธอต้องถูกแกล้งอย่างนี้ไปตลอด
แล้วสั่งด้วยว่าให้บอกคุณครู โชคดีที่คุณครูเข้าใจ
ตอนนี้ไม่มีแกล้งกันแล้วเปลี่ยนเป็นซี้กันแทน
แถมชอบชวนกันคุยในเวลาเรียนซะอีก
เดือดร้อนคุณครูต้องดุกันตลอด....sad smile

#8 By เรยา ก๋ากั่น on 2010-04-04 18:45

อ่านแล้วรู้สึกสลดจังเลยค่ะพี่โรเจอร์ เศร้าไปด้วยเลย

สมัยฟูจังเด็กๆ อยู่ประถมไม่มีปัญหาเรื่องนี้เพราะเพื่อนเยอะ แต่พอขึ้นม. ต้นก็รู้สึกโดดเดี่ยวมากเหมือนกัน อย่างไรก็ตาม เมื่อเรียน ม. ปลายและเข้ามหาลัยก็ได้เจอเพื่อนที่ดีๆ จึงรู้สึกว่าตัวเองโชคดีมากในเรื่องนี้

ดังนั้น อยากจะสนับสนุนเรื่องนี้อีกแรงค่ะ ให้ช่วยกันสอดส่อง เรื่องนี้ถ้าระดับเบาก็จะเป็นปมด้อยแก่เด็ก แต่ถ้าระดับรุนแรงก็ส่งผลถึงชีวิตได้เลยจริงๆ

Hot!

#7 By ฟูจัง~* on 2010-04-04 00:07

เรื่องกลั่นแกล้งกันนี่คงไม่ใช่มีแต่ในโรงเรียนแล้วละ
สำหรับที่ทำงานก็มีเช่นกัน

เพียงแต่เด็กๆยังมีภูมิคุ้มกันต่ำเลยอดทนและแก้ไขไม่ได้ ก็ได้แต่หวังว่าผู้ใหญ่จะช่วยกันดูแล แต่สุดท้ายก็อยู่ที่ตัวเด็กด้วยที่จะปรับตัวตั้งมือรับกับสถานการณ์ได้หรือเปล่า...

#6 By 鶴-Tsuru on 2010-04-03 21:07

คนเราเวลาไม่มีที่ยึดเหนี่ยว ไม่มีกำลังใจนี่น่ากลัวจริงๆ

#5 By 13-1-e-s-s on 2010-04-03 04:16

เพราะ อวิชา แท้ ๆ เลยนะครับ

#4 By ขอบฟ้า on 2010-04-03 02:38

แย่ค่ะ อ่านแล้วเศร้า ที่เห็นในหนังฝรั่งเรื่องมีนเกิร์ลพวกนั้นมีจริงด้วยสินะคะ นึกว่ามีแค่ในหนัง ชีวิตจริงกะหนังต่างกันเยอะตรงที่บางทีตัวเอกก็เลือกฆ่าตัวตายหนีปัญหาการโดนกลั่นแกล้ง ไม่ได้ลุกมาสู้จนชนะแบบในหนัง มีลูกมีหลานคงต้องสอนให้รู้จักสู้คนที่ควรจะสู้บ้างล่ะค่ะ บางทีพวกขี้แกล้งพวกนี้ถ้าเจอคนจริงก็หงอไปได้เหมือนกัน

#3 By nuinthelewen on 2010-04-03 01:12

อนาถใจ แกล้งกันจนตาย

มิตรภาพและน้ำใจจากใครสักคนในช่วงสิ้นหวังคงทำให้ผลลัพท์ออกมาต่างจากนี้เยอะ

#2 By สุเล็ก on 2010-04-03 01:03

เราก็โดนแกล้งเหมือนกันอ่ะ
ทั้งๆที่ทำงานทำกิจกรรมมาตลอด
ขนาดนี้อาจารย์ที่ปรึกษาก็ยังไม่เข้าข้าง
ไปเข้าข้างคนที่ดีแต่ระรานคนอื่นแล้ว
เลียแข้งอาจารย์ไปวันๆ พวกนี้ไม่เห็นทำอะไร
ดีแต่ออกหน้า อาจารย์ก็ลำเอียง
เอาหูไปนา เราเหนื่อยแทบตาย
โดนหาว่าไม่ช่วยงาน

#1 By Kanonmimi on 2010-04-03 01:03