วันนี้เพื่อนส่งฟอร์เวิร์ดเมล์มาเตือนภัยว่าลิปสติกหลายยี่ห้อมีสารตะกั่วผสมอยู่ ใช้แล้วระวังเป็นมะเร็ง และมีวิธีพิสูจน์ด้วยว่าลิปสติกที่เราใช้มีตะกั่วปนหรือไม่

นี่คือเนื้อหาของฟอร์เวิร์ดเมล์

 

ข้อมูลข้างล่างนี้สำหรับผู้ที่ใช้ลิปสติคและแหวนทองคำ

กที่จะคิดว่าสองสิ่งนี้เกี่ยวข้องกันได้อย่างไร
หากลิปสติค ไม่มีความปลอดภัยอีกต่อไป อะไรจะเกิดขึ้นตามมา ?
ตราสินค้าไม่ได้หมายถึงทุกสิ่งทุกอย่าง

เมื่อเร็วๆนี้ ตราสินค้าที่มีชื่อว่า 'Red Earth'
ได้ลดราคาสินค้าจาก $67 ลงมาเหลือเพียง $9.90
เนื่องจากพบว่ามีตะกั่วเป็นส่วนผสม ซึ่งตะกั่วเป็นสารที่เป็นต้นเหตุของการเกิดมะเร็ง

ตราสินค้าที่คาดว่าจะมีตะกั่วเป็นส่วนผสม คือ :

1. CHRISTIAN DIOR
2. LANCOME
3. CLINIQUE
4. Y.S.L
5. ESTEE LAUDER
6. SHISEIDO
7. RED EARTH (Lip Gloss)
8. CHANEL (Lip Conditioner)
9. MARKET AMERICA - MOTNES LIPSTICK


สินค้าที่มีตะกั่วเป็นส่วนผสมยิ่งมาก ก็ยิ่งมีโอกาสที่จะก่อให้เกิดมะเร็งได้มากขึ้น
หลังจากการทดสอบลิปสติคหลายแท่ง พบว่า ลิปสติคของ Y.S.L. มีส่วนผสมเป็นตะกั่วมากที่สุด

ระวังการใช้ลิปสติคที่ติดได้ทนนาน เพราะลิปสติคที่ติดได้ทนนานของคุณมีส่วนผสมของตะกั่วอยู่นั่นเอง

คุณสามารถทำการทดสอบได้ด้วยตัวเองโดย :-

1.
ทาลิปสติคลงบนมือของคุณ
2.
ใช้แหวนทองคำถูลงบนลิปสติคนั้น
3.
ถ้าลิปสติคเปลี่ยนเป็นสีดำ
4.
คุณก็รู้ได้ว่าลิปสติคนั้นมีส่วนผสมของตะกั่ว

 

อ่านจบปุ๊บเกิดคำถาม 2 ข้อ

1. ถ้าลิปสติกหรือเครื่องสำอางมีตะกั่วผสมเกินมาตรฐาน จะผ่านการตรวจสอบขององค์การอาหารและยาสหรัฐ (FDA) ออกมาวางขายได้ไง?

2. แม้นว่าผ่านอย. สหรัฐได้ ก็ยังเหลืออีกด่าน คือ "พวกลูกอีช่างฟ้อง" เจ้าค่ะ คนอเมริกันและทนายอเมริกันนั้น หาเรื่องฟ้องได้ตั้งแต่สากกระเบือยันเรือรบ เผื่อฟลุคชนะคดีขึ้นมาก็ได้เงินกันอื้อซ่า โดยเฉพาะถ้ารวมตัวกันฟ้องหลายๆ คนเป็นคดี Class action โดยทนายจะได้ส่วนแบ่ง 1/3 ของค่าเสียหายที่ศาลตัดสินให้จำเลยชดใช้ ดังนั้น ถ้าลิปสติกยี่ห้อไหนโดนจับได้คาหนังคาเขาแบบนี้ ม้ันจะเหลือเรอะ?

 

อย่ากระนั้นเลย ลอง Google คำว่า lipstick, lead (ตะกั่ว) และ myth (เรื่องหลอก)

 

ได้ผลค่ะ เจอเนื้อหาฉบับภาษาอังกฤษของอีเมล์ข้างบนเพียบ และทุกแหล่งก็บอกว่า "มั่วเจ้าค่ะ" ทุกวันนี้ไม่ปรากฏว่ามีผู้บริโภคได้รับตะกั่วจากลิปสติกแต่อย่างใด


ก็เป็นอีกครั้งที่ต้องเตือนใจตัวเองว่า ฟังอะไรแล้วอย่าเพิ่งเชื่อ พระพุทธเจ้าทรงสอนหลัก "กาลามสูตร" ไว้ ยังใช้ได้เสมอ

 

อ่านทวนฟอร์เวิร์ดเมล์อีกที เกิดความคิดว่า "แล้วใครเป็นต้นคิด" พูดตรงๆ ว่าถ้าดิั้ฉันเป็นเจ้าของเครื่องสำอางที่ถูกเอ่ยถึง จะขอตามให้เจอตัว แล้วฟ้องเรียกค่าเสียหายหนักๆ ชื่อเสียงไม่ใช่สร้างกันง่ายๆ เล่นใช้วิธีสกปรกแบบนี้ทำลายกันจากในที่มืดมันไม่ยุติธรรม ต้องจัดการ

ผู้ต้องสงสัยกรณีนี้ ถ้าตัดพวกพวกจิตป่วน ไม่มีอะไรทำออกไปเสีย และใช้หลักการของฝรั่งที่ว่า "Cui bono?" หรีือ "ใครได้ประโยชน์" (ก็คงจะไอ้คนนั้นแหละเป็นคนทำ!) ก็ต้องบอกว่า

สงสัยจะบริษัทคู่แข่งบริษัทใดบริษัทหนึ่งนั่นแหละ อิอิอิ

 

หากได้รับฟอร์เวิร์ดเมล์แล้วไม่แน่ใจว่าัชัวร์หรือมั่วนิ่ม ไปลองค้นดูในเว็บไซต์เหล่านี้ดูก่อนนะคะ อาจมีคนเคยแถลงไขไว้แล้วว่าจริงหรือไม่จริง

BreakTheChain.com

TruthOrFiction.com

Snopes.com

 

และที่จะลืมเสียไม่ได้คือหลัก "กาลามสูตร" ที่พระพุทธองค์ให้ไว้เมื่อสองพันกว่าปีมาแล้ว

1. อย่าเพิ่งเชื่อโดยฟังตามกันมา

2. อย่าเพิ่งเชื่อโดยถือว่าเป็นของเก่าเล่าสืบกันมา

3. อย่าเพิ่งเชื่อเพราะข่าวเล่าลือ

4. อย่าเพิ่งเชื่อโดยอ้างคัมภีร์หรือตำรา

5. อย่าเพิ่งเื่ืชื่อเพราะคิดเดาเอาเอง

6. อย่าเพิ่งเชื่อโดยคาดคะเนอนุมาน

7. อย่าเพิ่งเชื่อโดยตรึกเอาตามอาการที่ปรากฏ

8. อย่าเพิ่งเชื่อโดยเห็นว่าต้องกับความเห็นของตน

9. อย่าเพิ่งเชื่อเพราะเห็นว่าผู้พูดควรเชื่อได้

10. อย่าเพิ่งเชื่อเพียงเพราะผู้พูดเป็นครูของเรา

 

ส่วน Cui bono? (ควี โบโน) เป็นภาษาลาติน แปลว่า "Who benefits?" หรือ "To whose advantage?" (ใครได้ประโยชน์จากการนี้) ใช้เป็นหลักการพิสูจน์ความรับผิดชอบตามกฎหมาย และเป็นอีกหลักการหนึ่งที่มีประโยชน์ในชีวิตประจำวัน เพราะสิ่งต่างๆ อาจมีเบื้องหน้าเบื้องหลังมากกว่าที่เราเห็น หากรู้ว่า "ใครได้ ใครเสีย" ก็จะทำความเข้าใจและหาต้นตอของเรื่องได้ไม่ยาก

 

สถานการณ์บ้านเมืองเราทุกวันนี้ กาลามสูตร+cui bono? จำเป็นมาก เลยอดเอามาฝากไม่ได้

สวัสดีค่ะ

 

 

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ถึง พี่โรเจอร์

ถ้าจะมองในแง่คนที่ได้ผลประโยชน์จาก เมลล์ฉบับนี้ที่สุด ผมว่าน่าจะเป็น สามีของบรรดาสุภาพสตรีที่บริโภค ลิปสติกยี่ห้อดังกล่าวมากกว่าครับ ประหยัดเงินในกระเป๋าไปได้หลายเลยครับ เพราะว่าแต่ละยี่ห้อนี้กินเงินในกระเป๋าไม่ใช่เล่นเลยครับ surprised smile

#1 By Old Mustang on 2008-05-15 20:50

เคยมีอาจารย์ท่านหนึ่งกล่าวว่า

"ข่าวลือ และ fwd mail หยุดที่คนฉลาด"

#2 By book on 2008-05-15 21:07

ยี่ห้อดังๆทั้งนั้นเลยนะคะนั่น
Hot!

#3 By eeddy(อี๊ด) on 2008-05-15 21:13

ฟอร์เวิร์ดเมลแบบนี้ มีออกมาเรื่อย ๆ
เบื่อตรงที่ มีแต่คนอ่านแล้วคิดว่ามันมีประโยชน์ โดยไม่ทันคิดอะไร
แล้วก็ส่งต่อ

#4 By rokjitjung on 2008-05-15 21:31

เรื่องสารในเครื่องสำอางค์ทุกชนิดรวมถึงลิปสติกมีสารประกอบของตะกั่วอยู่เล็กน้อยค่ะ

ในการนำสินค้าเข้า เครื่องสำอางค์ส่วนใหญ่ต้องแจ้งส่วนผสมและสารควบคุมพิเศษด้วยค่ะ ไม่งั้นไม่สามารถวางจำหน่ายได้

สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือ สินค้า หรืออาหารถ้ามันผลิตในจีน ไม่มีอะไรคงกระพันนานค่ะ sad smile

ส่วนเรื่อง Fw mail เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง ต้องตรวจสอบให้ดี อย่าเชื่อในสิ่งที่เห็น โดยเฉพาะการทำบุญ ถ้ามีเบอร์โทรมาให้โทรกลับตรวจสอบได้เลย cry

ถึง พี่โรเจอร์

โดยส่วนตัวแล้ว ผมคิดว่าเรื่องเครื่องสำอางทุกวันนี้ไม่ค่อยจะน่ากลัวซักเท่าไหร่แล้วครับ อาจจะเป็นเพราะว่าการวางขายและจัดจำหน่ายในปัจจุบันนี้ สังคมค่อนข้างที่จะจับตาอยู่พอสมควร เพราะบทเรียนจากในอดีตที่มีเหยื่อมาแล้วหลายราย แต่ผมว่าที่ดูน่าจะน่ากลัวและเป็นภัยเงียบ เห็นจะเป็นเรื่องของอาหารเสริมทั้งหลายมากกว่าครับ ที่ต่อให้ของเหล่านั้นมีประโยชน์จริง ๆ แต่ถ้าคนบริโภคไม่มีความรู้ว่าเหมาะกับตัวเองหรือเปล่าแทนที่จะเป็นคุณกลับกลายเป็นผลเสียในระยะยาวครับ

และอีกสิ่งหนึ่งที่เห็นได้ง่ายสุดคงจะเป็นเรื่องการเสียเงินในระยะยาวกว่าจะเห็นผลว่าออกมาเป็นคุณหรือเป็นโทษกับตัวผู้บริโภคกันแน่ครับ(ผมโดน คุณแฟน ที่บ้านไถเรื่องอาหารสุขภาพประจำเลยครับ ทั้งอาหารผิว อาหารผม สารพัดเลยครับ sad smile)

#6 By Old Mustang on 2008-05-15 22:11

พี่โรเจอร์คะ วันนี้ปุกไปลองชิมตำนัวมาแล้ว โอเชเลย ขอบอก ไว้เราไปทานกันนะคะ ช่วงนี้ยุ่งเรื่องลูกค้าเจ้าเดิมนะคะ คิดเงินเพิ่มไปแล้ว แต่ไม่ได้อะไรตอบรับเลย คาดว่าคงจะทวง ไม่ทวงไม่ส่งfileงาน

ปล.มีรองเท้าอยู่คู่พื้นหลุด ยังไม่ได้ซ้อมเลยยยcry
เม้นไปก่อนยังไม่ได้อ่าน กลับมาอ่าน พบว่าฟอร์เวิร์ดเมล์อันนี้นานมากแล้วคะ แต่ยี่ห่อที่กล่าวมาเคยใช้แต่RED EARTH (Lip Gloss)ไม่ค่อยชอบเท่าไร เนื้อมันไม่ติดทน และตัวที่เป็นกริสเตอร์ใหญ่บาดปากเจ้าคะconfused smile
คล้ายๆกับมีคนบอกมาอีกทีว่าเครื่องสำอางค์นี้ใช้ดี คนก็ตามกันไปซื้อ
แล้วปรากฏว่าห่วย ใช่มั๊ยคะembarrassed

#9 By คุณพู่ on 2008-05-15 22:53

ไม่ได้ใช่ยี่ห้อที่มีในเนื้อความ fwd mail เลย อิอิอิ แต่ก็ไม่เคยเชื่อนะค่ะ เพราะมินีไม่เคยอ่าน fwd mail เลย 5555+

big smile big smile big smile

#10 By Flyaway by Minee on 2008-05-15 23:04

อ่านแล้วนึกถึงคำว่า "คนที่มีภูมิต้านทาน fwd mail" กับ "คนที่ไร้ภูมิต้านท่าน fwd mail" ฮะๆ...

ชอบบทความนี้ ^^)b

#11 By Choco on 2008-05-16 00:40

ส่วนมากไม่ค่อยอ่าน FW mail เลยค่ะ นาน ๆ ครั้งอ่านที ก็อย่างว่านะคะ ไม่รู้ใครเขียน เหอ ๆ ไม่ค่อยเชื่อใจ อ่ะ ๆ

ขอบคุณสำหรับเม้นท์นะคะ ว่าแต่ทำไมดูสาวขี้นเรื่อย ๆ คะ ผมสั้นแล้วดูดีค่ะ big smile

#12 By tungmay on 2008-05-16 08:23

หวัดดีค่ะพี่โรเจอร์
บล็อคของพี่ให้ความรู้มากมายเลยทีเดียว
ก็เรื่องอันดับเศรษฐีโลกอะค่ะ
ได้ใช้ในคลาสเศรษฐศาสตร์ด้วยแหละ เจ๋งจิง
....
ขอบคุณมากจริงๆค่ะ สำหรับกำลังหนุนด้านความเชื่อมั่น
.....
ไม่อยากจาคิดเล้ย...
เพราะเคยใช้ไอ้เครื่องสำอางค์ที่ว่าตะกั่วเยอะสุดหนะ ที่ฮ่องกงถูกมากๆ พอๆ กับผักตามห้างเลยทีเดียว..แฮ่..เวอร์ไปแมะ

ตะว่า..ตอนนี้ขอไปหาแหวนทองก่อน..
กลัวจะเป็นม้าเล็ง..

Have a nice day ค่าปี้จ๋าว....cry

#13 By สาวแบงค์ on 2008-05-16 08:37

เฮ้อ... ถอนหายใจอย่างโล่งอก
ตอนแรกอ่านก็ตกใจเหมือนกัน
คุณแม่ คุณยายเรา ใช้มานาน จะเป็นอะไรมั๊ยเนี่ย
พออ่านมาจนจบรู้ว่าเป็นแผการตลาดค่อยสบายใจหน่อย confused smile

#14 By chenlee on 2008-05-16 08:41

เหมือนเรื่อง กรดเกลือที่พบในชาเขียวโออิชิ ตอนขายดีๆเพราะโฆษณาลุ้นฝาแลกล้าน แต่ยังขายดีอยู่
เหมือนเรื่อง หนอนในปลากระป๋องอายัม อร่อยจริงๆ เกือบแย่
เหมือนเรื่อง ถุงยางอนามัยใช้แล้วในแชมพู เฮดแอนด์โชลเดอร์ ที่คนซื้อสระจนหัวล้านจึงค่อยเจอต้นเหตุ แย่เลย สินค้าต้องออกแพ็คเกจใหม่แล้วลดราคาลงอีก

แต่คนละเรื่องกับ..
เจอตะขาบ และแมงป่องใน กระบอกข้าวหลาม
เจอนิ้วในแหนม
เจอสารตะกั่วในน้ำซุปก๋วยเตี๋ยว

ใครได้ประโยชน์เสียประโยชน์ทางธุรกิจก็เรื่องหนึ่ง แต่ชีวิตผู้บริโภคตาดำๆอย่างเราก็อีกเรื่องหนึ่ง ต้องซื้อสินค้าอย่างรอบคอบ
-ดูคุณภาพสินค้า อย่าโดนหลอก จากโฆษณา หรือฟอร์เวิร์ดเมล
-ดูสภาพสินค้า ป้องกันไว้ก่อนเป็นด่านแรก เหมือนที่คุณครูสอนให้เลือกปลาสด ผักสด อาหารกระป๋อง เมื่อตอนเด็กๆอ่ะฮะ confused smile

#15 By \\(..U 3U..)// on 2008-05-16 11:53

อีกเรื่อง ถ้า Made in China ให้ระวังไว้ก่อน
ว่าเจอ..แน่นอน ของเล่นเด็กยันลิปสติก ยาสีฟันยังไม่เว้นเลยsad smile

#16 By \\(..U 3U..)// on 2008-05-16 11:57

ถ้าไม่พิจารณาให้ดี
ก็น่ากลัวนะคะ 55+
อยู่ติดปากให้เราเลียทุกวี่วันซะขนาดนั้น confused smile

#17 By !2know ++ on 2008-05-16 17:07

แล้วทองคำ เช็กสารผสมตะกั่วได้จริงรึเปล่าคะ? ตะหงิดก็ตรงนี้ล่ะค่ะ sad smile

#18 By LUMiN on 2008-05-16 19:17

เดี๋ยวนี้กาลามสูตรน่าจะต้องเพิ่มอีกข้อนะครับ

11. อย่าเพิ่งเชื่อเพียงเพราะเป็น fwd mail ส่งต่อกันมา sad smile

#19 By tamanxzg on 2008-05-17 00:25


คนส่วนใหญ่อ่านแล้วจะเชื่อไว้ก่อนจริงๆครับ..
นอกจากว่าเป็นเรื่องที่ตัวเองพอจะมีความรู้อยู่บ้าง..ถึงจะรู้ว่าบทความนั้นๆ"มั่ว"

#20 By :: KinG MoJi :: on 2008-05-17 13:17