ชิ้นนี้ต้องมีติดตู้ (3) - สูทและแจ็คเก็ต
posted on 05 Mar 2007 21:27 by thirtysomething
คนวัยทำงานควรจะมีสูทดีๆ ติดตู้ไว้อย่างน้อย 1 ชุด
ถ้าใส่กางเกงไปทำงานด้วยควรมีสูทกางเกง 1 ชุด สูทกระโปรง 1 ชุดหรือมากกว่านั้นเสื้อสูทที่ดีต้องคัตติ้งเนี้ยบ ใส่แล้วดูผึ่งผาย มีทรวดทรงองค์เอว
ช่วยพรางส่วนเกิน เสริมส่วนที่ขาด
สูทสำเร็จรูปในบ้านเราหาสวยๆ ยากเพราะตัดแพทเทิร์นไม่เก่ง
ทางที่ดีเข้าร้านตัดสูทไปเลยค่ะ

การแต่งตัวเป็นทางการ ท่อนล่างและท่อนบนควรจะเข้าชุดกัน
ถ้าใส่สูทบ่อย ควรหากระโปรงหรือกางเกงที่ตัดจากผ้าเนื้อเดียวกัน สีเดียวกันสำรองไว้อีก 1 ตัว
โดยเฉพาะชุดสูทสีดำ เพราะไม่มีผ้าดำพับไหนเหมือนกับพับอื่น
ถ้าไม่ได้ซื้อพร้อมกัน โอกาสจะ match พอดีนั้นไม่มี

แต่ถ้าไม่ชอบแต่งเป็นชุด ชอบ mix and match ก็หาแจ็คเก็ตเดี่ยวๆ ไว้สัก 2-3 ตัว
เสื้อสูทเข้ารูปสีกลางๆ เช่น น้ำเงิน เทา เบจ จะใช้ได้หลายโอกาส
ส่วนผ้าลายเรียบๆ เช่น ลายตาราง ลายทาง ลายเฮร์ริ่งโบน ฯลฯ ก็ใส่กับกางเกงและกระโปรงได้หลายสีค่ะ
หลักการเลือกแจ็คเก็ต
1. ช่วงไหล่ต้องพอดี หายใจเข้าเต็มที่แล้วไม่รู้สึกอึดอัด ยกแขน งอแขน ก้ม เงย เอี้ยวตัวได้สะดวก หนุนไหล่พองาม ไม่ใช่ใส่แล้วไหล่ตั้งเป็นนักอเมริกันฟุตบอล
2. ความยาวแขนได้มาตรฐาน ถ้าแขนยาวต้องปิดนาฬิกามิด แต่ถ้าเป็นแจ็คเก็ตแขนสามส่วน สี่ส่วน ห้าส่วนก็ต้องยาวถูกส่วนตามแบบ
3. ไม่หลวมหรือคับเกินไป ใส่แล้วหายใจได้เป็นปกติแต่ไม่รุ่มร่าม อก เอว สะโพกไม่อยู่ผิดที่
4. ความยาวเสื้อได้มาตรฐาน คือประมาณสะโพก ไม่สั้นจนลอย (ยกเว้น crop jacket ซึ่งเป็นทรงสั้น) หรือยาวคลุมสะโพกรุ่มร่าม
5. เนื้อผ้าดี ซับในต้องเนี้ยบ ไม่ดึงรั้ง
แจ็คเก็ตแบบพื้นฐานที่เหมาะกับการใส่แยกชุด (Mix & Match)
เบลเซอร์แจ็คเก็ต (BLAZER JACKET)
ที่คนไทยเราเรียกกันว่า "เสื้อสูท" นี่แหละค่ะ
เบลเซอร์แจ็คเก็ตแบบคลาสสิกคือเสื้อมีปก เข้ารูปแต่ไม่ถึงกับฟิตและติดกระดุมหน้า แต่เบลเซอร์สมัยใหม่มีการดัดแปลงรูปแบบกันไปต่างๆ นานา อย่างในรูปบนสุดก็เป็นเบลเซอร์ที่หญิงมากๆ
ไม่ควรซื้อหรือตัดเบลเซอร์แจ็คเก็ตหลวมโคร่งเคร่งไม่มีทรวดทรง แทนที่จะช่วยพรางส่วนเกินกลับจะดูบวมกว่าเดิมค่ะ

บูเคล่แจ็คเก็ต (BOUCLE JACKET)
คือแจ็คเก็ตตัวสั้น เข้ารูปนิดๆ ความยาวประมาณสะโพกบน แขนสามส่วน สี่ส่วนหรือแขนยาว
นิยมใช้้ผ้าทวี้ด อาจขลิบริมต่างสี ขลิบชายครุย หรือแต่งด้วยผ้าลูกไม้และผ้าพื้นเข้ากับท่อนล่างก็สวยดีค่ะ
ถ้าเป็นคนตัวโตควรตัดแจ็คเก็ตยาวกว่ามาตรฐานสัก 2 นิ้ว เพื่อให้ดูสมดุลกับความกว้าง

แจ็คเก็ตทรงทหาร (MILITARY JACKET)
มีหลายแบบหลายสไตล์แต่ได้แรงบันดาลใจจากเครื่องแบบทหาร คือ เป็นเสื้อเข้ารูป มักมีอินทรธนูและแต่งด้วยกระดุมเม็ดใหญ่ อาจจะมีกระเป๋าหลายๆ ใบด้วย

แจ็คเก็ตทรงทหารมีทั้งแบบยาวมาก ยาวปกติ ตัวสั้น (CROPPED) ไปจนถึงสั้นมากแค่ใต้รักแร้ ใส่ได้ทั้งกับกระโปรงแคบ กระโปรงบาน สแล็คและกางเกงยีนส์
โบเลโรแจ็คเก็ต (BOLERO JACKET)

คือแจ็คเก็ตเข้ารูปตัวสั้นแค่เอวหรือสั้นกว่า แผ่นหน้าไม่ชนกัน โดยมากไม่ติดกระดุม ได้แพทเทิร์นมาจากเสื้อคลุมสั้น (BOLERO) ของนักสู้วัวกระทิง แจ็คเก็ตแบบนี้ใช้ได้หลายโอกาส สวมทับเสื้อกล้ามกับยีนส์ก็ได้ ใส่ทับเดรสหรือสายเดี่ยวไปทำงานก็ดี ชุดราตรีและชุดเจ้าสาวบางแบบก็มีโบเลโรแจ็คเก็ตคลุมทับด้วย น่ารักและคลาสสิกดีค่ะ

หาคู่ให้แจ็คเก็ต
เสื้อตัวในสำหรับใส่กับแจ็คเก็ตนั้นมีให้เลือกหลายแบบ ตั้งแต่เสื้อเชิ้ต เสื้อยืดคอกลมเข้ารูป เสื้อแขนกุด สายเดี่ยว เกาะอก ฯลฯ ที่ควรจะมีติดตู้ไว้คือเชิ้ตเข้ารูปเนี้ยบๆ สักตัว กับเสื้อคอปาดหรือคอกลม ผ้าไหมหรือผ้าซาตินสีกลางๆ สำหรับสร้าง look แบบสาวทำงานมืออาชีพค่ะ
ดิฉันเคยมีเสื้อแจ็คเก็ตผ้าทวีดตัวหนึ่ง ใช้คุ้มที่สุดเพราะว่าใส่สบาย
ไม่เป็นทางการมากแต่ก็ไม่ดูลำลองเกินไป
ทุกครั้งที่ตื่นสาย (ซึ่งเป็นเหตุการณ์ปกติ 555) คว้าได้เสื้อตัว กางเกงตัวแล้วหยิบมันมาสวมทับข้างนอก แค่นั้นก็ไปได้ร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ
แต่หลังจากผอมลง 10 กว่ากิโลก็ต้องบริจาคให้คนอื่นไป
เร็วๆ นี้คงต้องหาผ้าที่ถูกใจไปตัดใหม่สักตัวสองตัว

นี่แหละค่ะตัวโปรดที่เคยช่วยชีวิตมานับครั้งไม่ถ้วน
เวลารีบๆ จะได้ไม่เสียเวลาแต่งตัวนาน

#1 By oldwarrior (202.139.223.18) on 2007-03-05 23:07