เด็กๆ กับความไว้ใจ
posted on 04 Jul 2008 13:16 by thirtysomething
วันนี้วันชาติสหรัฐ อ่านรายงานข่าวชิ้นหนึ่งจากประเทศนั้นแล้วเศร้าใจเหลือเกิน
เมื่อ
4-5 วันก่อนเด็กหญิงบรู๊ค เบ็นเน็ตต์ ชาวเวอร์มอนต์วัย 12 ขวบหายตัวไป
ระหว่างที่ตามหา ตำรวจพบว่าลุงเขยของเธอเพิ่งออกจากคุกข้อหาข่มขืน
ส่วนอดีตพ่อเลี้ยงก็มีข้อหาขืนใจเด็กซึ่งเป็นญาติกับบรู๊ค
แม้ในวันที่บรู๊คหายตัวไป จะมีคนเห็นว่าเธออยู่กับลุงเขยเป็นคนสุดท้าย
แต่ตำรวจเข้าไปดูโปรไฟล์ของเธอใน Myspace.com
พบว่ามีการพูดคุยนัดเจอกับเพื่อนในนั้น คาดว่าที่หายไปอาจจะหนีไปหากัน
ดิฉันอ่านประวัติลุงเขยกับอดีตพ่อเลี้ยงแล้วสังหรณ์ใจว่าบรู๊คคงไม่ได้อยู่ในโลกนี้แล้ว
และก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ เพราะตำรวจเพิ่งเจอศพเธอถูกฝังอยู่ไม่ไกลจากบ้านลุงเขย และมีเด็กหญิงอายุ 14 คนหนึ่งบอกว่า วันเกิดเหตุนั้นอีตาลุงเขยมีแผนจะพาบรู๊คไป "ทำพิธีเปิดบริสุทธิ์" ตัวเด็กที่เล่าเองก็เคยถูกญาติกระทำแบบเดียวกันตั้งแต่อายุ 9 ขวบ แต่ไม่กล้าบอกใครเพราะถูกขู่ฆ่า
ส่วนที่ว่านัดแนะกับเพื่อนออนไลน์นั้นก็ไม่เป็นความจริง เจ้าลุงเขยตัวแสบของบรู๊คนั่นแหละ เป็นคนเข้าไปโพสต์ข้อความตบตา แสดงว่าวางแผนไว้ล่วงหน้าอย่างดี
เด็กๆ ที่ถูกทำร้ายทางเพศในทุกประเทศ (รวมทั้งประเทศไทยของเรา ซึ่งยิ่งนานวันก็ยิ่งเกิดเรื่องแบบนี้บ่อยจนน่ากลัว) ส่วนใหญ่จะถูกคนใกล้ตัวเป็นคนกระทำ ไม่ว่าจะเป็นพ่อ ลุง อา ลูกพี่ลูกน้อง คนข้างบ้าน ครู ไปจนถึงพ่อเพื่อน เพื่อนของพ่อแม่ ฯลฯ
ที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะการกระทำผิดทางเพศขึ้นอยู่กับ โอกาส เด็กๆ มักจะไว้ใจคนรู้จัก หรือบางทีไม่ไว้ใจเท่าไหร่ แต่ไม่รู้จะรับมืออย่างไร เพราะมีคำว่า "เกรงใจ" เข้ามาเกี่ยวด้วย
มีตัวอย่างเยอะแยะที่เด็กถูกล่อลวงทำร้าย โดยแกอาจจะเอะใจแต่ไม่กล้าปฏิเสธ หรือไม่รู้จะหนีไปไหนได้ บางทีก็ถูกขู่ว่าจะทำร้าย จะ๋ฆ่าให้ตาย หรือฆ่าให้หมดทั้งครอบครัว
กรณีเด็กหญิงบรู๊คนี้น่าเศร้าเพราะลุงเขยมีประวัติแบบนี้ ทางบ้านไม่ควรให้เข้าใกล้เด็ก แต่มีอีกหลายกรณีที่ผู้กระทำเคยทำมาเยอะแล้ว แต่ไม่มีประวัติเพราะเด็กไม่กล้าบอกใคร
ดิฉันมีหลานอายุเท่าบรู๊ค เวลามีข่าวแบบนี้ก็จะเล่าให้แกฟังและคอยสอนตลอดว่า ใครชวนไปไหนอย่าไป ถ้าคนรู้จักไปรับที่โรงเรียน หรือบอกว่าทางบ้านให้พาไปที่นั่นที่นี่ก็อย่าเพิ่งเชื่อ ให้โทรมาเช็คที่บ้านก่อน ยิ่งตอนนี้แกใ้ช้ิอินเตอร์เน็ตด้วยก็ต้องสอนว่าพฤติกรรมแบบไหนไม่น่าไว้ใจ แ่ต่ถึงกระนั้นก็ยังห่วงทุกวัน
เด็กๆ ส่วนใหญ่มีสังหรณ์คอยบอกว่าเหตุการณ์แบบไหนไม่ชอบมาพากล แต่เห็นอีกฝ่ายเป็นผู้ใหญ่ เป็นคนรู้จัก ถ้าไม่ทำตามกลัวถูกทำโทษ หรือกลัวเขาจะมาฟ้องพ่อแม่ พอเกิดเรื่องแล้วก็ไม่กล้าพูด เก็ํบไว้คนเดียว ทำให้มีชีวิตเหมือนตกอยู่ในนรก บางทีก็ระบายความทุกข์ในทางผิด หรือไปกระทำกับคนอื่นต่อไปเป็นวงจรอุบาทว์
เด็กๆ มีประสบการณ์ชีวิตน้อย เป็นหน้าที่ของผู้ปกครองที่จะต้องให้ภูมิคุ้มกัน อย่าไปคิดว่าแกยังเด็ก รู้มากไปจะไม่ดี หรือกลัวจะเป็นการชี้โพรงให้กระรอกเลย
อย่้าปล่อยให้กระรอกน้อยอ่อนต่อโลกเดินไปติดกับดักของใครแล้วค่อยหาทางแก้เลยค่ะ